ซวยเพราะ รพ. คัดกรองสะเพร่า

การรับบริจาคเลือดนั้นคุณจะสามารถที่จะแน่ใจได้แค่ไหนกัน

ก่อนหน้านี้มีการพูดถึงเรื่องที่มีผู้ป่วยที่เขานั้นเป็นลูคีเมียได้รับเลือดที่มีคนมาบริจาค แต่ว่าเลือดที่ได้มานั้นดันมีเชื้อเอดส์ติดมาด้วย ซึ่งทางครอบครัวของเขานั้นมีความรู้สึกว่าลูกชายของตนกำลังจะหายแต่ต้องกลับมาเจอเชื้อเอดส์ที่ติดมากับเลือดอีก แถมโรงพยายาลนั้นที่เป็นเอกชนกับไม่สนใจใยดีเลยด้วยซ้ำ และอดีตแพทย์ก้ได้ออกมาพูดถึงเรื่องราวเหล่านี้ว่าจะมีสัก 1 ในล้านเพียงเท่านั้นที่จะเจอเหตุการณ์แบบนี้เขายังบออีกว่าต่อให้มีการคัดกรองดีแค่ไหนก็สามารถเจอกับเหตุการณ์เหล่านี้ได้เช่นกัน

อุทาหรณ์ “เลือด” บริจาค

เหตุการณ์เหล่านี้สร้างความสะเทือนใจให้กับวงการที่เกี่ยวข้องกับการบริจาคเลือดเป็นอันมาก โดยหนุ่มที่เป็นลูกครึ่งระหว่าไทยกับญี่ปุ่นคนนี้เขาได้มีอาการป่วยที่เกิดจากสาเหตุมะเร็งเม็ดเลือดขาว และได้ทำการรักษาด้วยการเข้าคอร์สให้เกร็ดเลือดกับโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงโด่งดังแห่งหนึ่ง โดยเขานั้นได้เข้าทำการให้บริจาคเลือดเป็นจำนวน 14 ครั้ง ซึ่งต้องบอกว่าอีกแค่นิดเดียวเพียงเท่านั้นน้องก็จะหายเป็นปกติแล้ว แต่ในระหว่างทำการรักษาน้องนั้นได้ตรวจเจอเชื้อเอดส์ในรอบที่ 12 ของการรักษานี้ โดยครอบครัวของน้องได้ออกมาพูดถึงเรื่องที่ไม่มีใครออกมารับผิดชอบเลยสักคน แถมเขานั้นหมดเงินกับค่ารักษาพยาบาลไปแล้วร่วม 7 ล้านบาทอีกด้วย

สำหรับน้องนั้นเขาได้มีเชื้อมะเร็งตั้งแต่อายุประมาณ 9 ขวบได้ ซึ่งสำหรับตอนนี้น้องก็ได้อายุ 24 ปีแล้วโดยน้องนั้นมีการรักษารวมๆแล้วคิดเป็นเงินก็น่าจะราวๆ 7 ล้านบาทซึ่งการรักษาเริ่มแรกนั้นน้องก็ได้ทำการรักษาโดยการทำคีโมแบบปกติ แต่ในการรักษานั้นทำให้น้องเป็นเม็ดเลือดขาวด้วย จึงต้องจำเป็นที่จะอาศัยเลือดเพื่อเป็นการเพิ่มเลือดให้แก่น้องโดยการให้เลือดนี้จะต้องทำถึง 14 ครั้งด้วยกันแต่ว่าน้องนั้นก็มีอาการดีขึ้นเรื่อยๆตามควรที่จะเป็นแต่การรักษานี้ถึงจำนวนครั้งที่ 12 น้องก็ได้มีอาการทรุดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งทางแพทย์ก็ได้เข้ามาแจกแจงว่าน้องนั้นได้มีวัณโรคเข้ามาแทรกจะต้องทำการรักษาโรควัณโรคนี้ประมาณ 6 เดือนถึงจะหายหรือดีขึ้น

หลังจากนั้นได้ไม่นานทางแพทย์ก็ได้มีการเข้ามาพูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่ว่าทั้งสองนั้นมีใครบ้างที่มีเชื้อ HIV ซึ่งทางพ่อแม่ก็ได้แจ้งไปว่าทั้งคู่ไม่มีใครเลยที่ติดเชื้อเหล่านี้

จึงทำให้ทราบว่าน้องนั้นได้ ติดเชื้อ HIV หายได้ไหม เหล่านี้แล้วโดยมีการติดมาจากผู้ให้บริจาคเลือดนั่นเอง ในขณะที่ทราบเรื่องทางผู้ปกครองก็ไม่ได้เอาความแต่อย่างใด เพียงแค่ต้องการให้ทางแพทย์รักษาน้องให้ดีและพยายามรักษาให้หายจากโรคเหล่านี้